ด้วยรัฐบาลไทย
โดยกระทรวงการต่างประเทศ ได้เริ่มออกหนังสือเดินทางอิเล็กทรอนิกส์แทนหนังสือ
เดินทางแบบเดิมตั้งแต่วันที่ 26 พฤษภาคม 2548 เป็นต้นไป สถานกงสุลใหญ่
ณ นครลอสแอนเจลิสจึงขอ
ประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับหนังสือเดินทางอิเล็กทรอนิกส์ดังต่อไปนี้
หนังสือเดินทางอิเล็กทรอนิกส์
(e-passport) คืออะไร ?
คือหนังสือเดินทางที่มีคุณลักษณะเฉพาะทางเทคนิค
(Technical Specifications) ตามข้อกำหนด
ขององค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (ICAO) ซึ่งแตกต่างจาก หนังสือเดินทางแบบเดิม
ดังนี้
มีการบันทึกข้อมูลชีวภาพ
(biometric data) ได้แก่ ลายนิ้วมือ รูปใบหน้า ไว้ใน Contactless
Integrated Circuit ซึ่งฝังอยู่ในเล่มหนังสือเดินทาง
สามารถอ่านได้ด้วยเครื่อง Automatic Gate ณ จุดผ่านแดนระหว่างประเทศ
โดยมีการตรวจพิสูจน์โดย
อัตโนมัติเพื่อเปรียบเทียบข้อมูลในหนังสือเดินทางกับผู้ถือหนังสือเดินทาง
(1:1) และกับฐานข้อมูล
อาชญากร/ผู้ก่อการร้าย (1:N)
หนังสือเดินทางอิเล็กทรอนิกส์ดีกว่าหนังสือเดินทางแบบเดิมอย่างไร
สามารถป้องกันการปลอมแปลงได้สูง เป็นมาตรการสำคัญในการสกัดกั้นขบวนการก่อการร้ายข้าม
ชาติและการลักลอบเข้าเมือง ฯลฯ
สามารถตรวจสอบเพื่อพิสูจน์ตัวบุคคลได้แม่นยำและรวดเร็ว อำนวยความสะดวกต่อการเดินทาง
การ
เข้าเมือง และส่งเสริมการท่องเที่ยว
เสริมสร้างภาพลักษณ์ของประเทศ ทำให้หนังสือเดินทางไทยมีความน่าเชื่อถือ
และได้รับการยอมรับใน
ระดับสากลยิ่งขึ้น ส่งผลต่อเนื่องทางบวกด้านเศรษฐกิจการค้า การลงทุนและการท่องเที่ยวของ
ประเทศ
หลักฐานการขอมีหนังสือเดินทางอิเล็กทรอนิกส์สำหรับบุคคลทั่วไป
บัตรประชาชนที่มีเลข
13 หลัก
การยื่นคำร้อง
การยื่นคำร้อง
ผู้ร้องต้องมายื่นคำร้องด้วยตนเอง เนื่องจากต้องผ่านกระบวนการบันทึกข้อมูล
ชีวภาพ (ถ่ายภาพใบหน้าและลายพิมพ์นิ้วมือ โดยมีขั้นตอนดังนี้
1. รับบัตรคิว
2. พบเจ้าหน้าที่เพื่อวัดส่วนสูง
เก็บข้อมูลชีวภาพ ถ่ายรูปและเก็บลายพิมพ์นิ้วมือด้วยเครื่องสแกนเนอร์
นิ้วชี้ขวาและซ้ายข้างละ 2 ครั้ง
3. ลงชื่อในใบคำร้อง
4. ชำระเงินค่าธรรมเนียม
5. รับใบเสร็จรับเงินและใบนัดจ่ายเล่ม
ค่าธรรมเนียม
กระทรวงการต่างประเทศยังคงคิดค่าธรรมเนียมหนังสือเดินทางอิเล็กทรอนิกส์เท่าหนังสือเดินทาง
ที่ใช้ในปัจจุบัน คือ ราคาเล่มละ 1,000 บาท (ผู้ที่ยื่นคำร้องที่สถานทูตและสถานกงสุลใหญ่ในสหรัฐอเมริกา
เสียค่าธรรมเนียม 50.00 ดอลลาร์สหรัฐเท่าเดิม) และมีอายุใช้งาน
5 ปี เช่นเดียวกับหนังสือเดินทางปัจจุบัน
แต่ได้เพิ่มหน้าจากเดิม 32 หน้าเป็น 50 หน้า
การต่ออายุหนังสือเดินทางอิเล็กทรอนิกส์
เพื่อให้หนังสือเดินทางอิเล็กทรอนิกส์มีประสิทธิภาพการใช้งานได้สูงสุด
จึงกำหนดให้หนังสือเดินทาง
ชนิดนี้มีอายุ ใช้งาน 5 ปี
หนังสือเดินทางอิเล็กทรอนิกส์จะไม่มีการต่ออายุ
แต่จะออกหนังสือเดินทางเล่มใหม่แทนเล่มเดิม
ไม่อนุญาตให้ลงบันทึกแก้ไขข้อมูลเพิ่มเติมหรือเปลี่ยนแปลงข้อความใดๆ
(เช่นการขอเปลี่ยน ชื่อ/
นามสกุล ของผู้ถือหนังสือเดินทางลงในเล่มหนังสือเดินทาง เพื่อป้องกันปัญหาการขาดความ
น่าเชื่อถือของข้อมูลตัวบุคคลที่บันทึกไว้ในหน้าหนังสือเดินทางซึ่งอาจจะขัดแย้งกับข้อมูลที่บันทึกไว้แล้วในไมโครชิพ
ดังนั้นหากแก้ไขเปลี่ยนแปลงข้อมูลกระทรวงมหาดไทยเรียบร้อยแล้วต้องทำหนังสือเดินทางเล่มใหม่
ระยะเวลาเริ่มใช้หนังสือเดินทางอิเล็กทรอนิกส์
กำหนดให้บริการออกหนังสือเดินทางอิเล็กทรอนิกส์
ดังนี้
ระยะแรก
(26 พฤษภาคม 2548) เปิดให้บริการหนังสือเดินทางอิเล็กทรอนิกส์ประเภททูตและ
ราชการ ที่อาคารกรมการกงสุล ถนนแจ้งวัฒนะ
1 มิถุนายน
2548 เปิดให้บริการออกหนังสือเดินทางอิเล็กทรอนิกส์โครงการนำร่องสำหรับประชาชน
วันละประมาณ 100 เล่ม ที่กรมการกงสุล อาคารถนนแจ้งวัฒนะ เพียงแห่งเดียว
โดยประชาชน
สามารถยื่นคำขอหนังสือเดินทางแบบเดิมที่ใช้อยู่ในปัจจุบันต่อไปจนถึงวันที่
29 กรกฎาคม 2548
สำหรับผู้ถือหนังสือเดินทางแบบเดิมที่ใช้อยู่ในปัจจุบันสามารถใช้ต่อไปได้จนกว่าจะหมดอายุ
ตั้งแต่วันที่
1 สิงหาคม 2548 เป็นต้นไป เปิดให้บริการออกหนังสือเดินทางอิเล็กทรอนิกส์ทุกแห่ง
ทั้งที่กรมการกงสุล สำนักงานสาขาทั้งในกรุงเทพฯ (ปิ่นเกล้า บางนา)
ต่างจังหวัด (ขอนแก่น
เชียงใหม่ และหาดใหญ่) และสถานเอกอัครราชทูต สถานกงสุลไทยในต่างประเทศทั้ง
86 แห่ง ทั่ว
โลก
การรับเล่ม
ผู้ร้องสามารถรับหนังสือเดินทางได้
2 วันทำการภายหลังจากวันที่ยื่นคำร้อง (เฉพาะผู้ที่ยื่นคำร้องฯ
ที่กรมการกงสุลและสำนักงานสาขา ในกรุงเทพมหานครเท่านั้น ส่วนผู้ที่ยื่นคำร้องที่สถานทูตและ
สถานกงสุลใหญ่ในต่างประเทศยังคงใช้เวลาประมาณ 4 6 สัปดาห์เช่นเดิม)
โดยที่กระทรวงฯ
ได้ติดตั้งเครื่องอ่านหนังสือเดินทางอิเล็กทรอนิกส์จำลองเพื่อผู้ร้องสามารถทดสอบ
การผ่านเข้า-ออกท่าอากาศยานโดยอัตโนมัติไว้ 1 เครื่องที่กรมการกงสุล
ดังนั้นจึงแนะนำให้ผู้ขอ
หนังสือเดินทางอิเล็กทรอนิกส์มารับเล่มด้วยตนเอง เพื่อให้ผู้ถือหนังสือเดินทางมีความคุ้นเคยกับก
ารใช้หนังสือเดินทางอิเล็กทรอนิกส์และระบบตรวจคนเข้าเมืองอัตโนมัติ
ในกรณีจำเป็น
อาจมอบอำนาจให้ผู้อื่นรับแทน/อาจร้องขอให้จัดส่งไปรษณีย์ด่วนพิเศษ
ผู้สนใจขอรับรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ
หมายเลขโทรศัพท์
02-981-7257 ถึง 60 ในวันและเวลาราชการ และที่ www.mfa.go.th หรือสอบถามทางอีเมล์
ที่
consular05@mfa.go.th
จึงเรียนมาเพื่อโปรดทราบและกรุณาเผยแพร่ให้ประชาชนชาวไทยรับทราบต่อไปด้วย
จักขอบคุณมาก